คณะกรรมการอาหารและยาของอินโดนีเซียออกแถลงการณ์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อนุมัติใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้กับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทฉงชิ่ง จื้อเฟย หนึ่งในผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านชีวภาพของจีน

วัคซีนดังกล่าวมีชื่อว่า “ซิฟิแวกซ์” ( Zifivax ) เป็นวัคซีนชนิดซับยูนิต หรือแบบตัดต่อโปรตีน ต้องฉีด 3 เข็ม ภายในระยะเวลาห่างกันประมาณ 2 เดือน โดยฉงชิ่ง จื้อเฟย รายงานผลการทดสอบระยะที่สามของวัคซีนดังกล่าว เมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา กับกลุ่มตัวอย่างประมาณ 28,500 คน ทั้งในจีน มาเลเซีย อุซเบกิสถาน ปากีสถาน และเอกวาดอร์ ปรากฏว่า ประสิทธิผลของวัคซีนในการป้องกันอาการป่วย โดยรวมอยู่ที่ 81.76%

ปัจจุบัน วัคซีนต้านโควิด-19 ของฉงชิ่ง จื้อเฟย เป็นหนึ่งในวัคซีนซึ่งหน่วยงานในจีนกำลังใช้ศึกษา แนวโน้มของการฉีดกระตุ้นเข็มที่สาม หรือ “บูสเตอร์” โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งมณฑลเจียงซูกำลังทดสอบทางคลินิก เกี่ยวกับการใช้วัคซีนของแคนซิโน ซึ่งเป็นแบบไวรัล เวกเตอร์ และฉีดเข็มเดียว ร่วมกับวัคซีนของฉงชิ่ง จื้อเฟย

ทั้งนี้ ซิฟิแวกซ์นับเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากจีน รายการที่ 4 ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนฉุกเฉินเพื่อใช้งานในอินโดนีเซีย ต่อจาก ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม และแคนซิโน ขณะที่วัคซีนต้านโรคโควิด-19 แบบอื่นซึ่งผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลอินโดนีเซียเช่นกัน ได้แก่ ไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค โมเดอร์นา แอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และสปุตนิก วี